ชื่อเรื่อง           การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม

                     เพื่อพัฒนาการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ผู้วิจัย             นางเต็มสิริ  อินทรชื่น

ตำแหน่ง          ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

ปีที่วิจัย           ปี พ.ศ. 2557-2558

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทคัดย่อ

 

                   การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนารูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครอง

มีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา(Research and Development )   ด้วยการวิจัยแบบผสมผสานวิธี(Mixed  Methods  Research)   ประกอบด้วยการวิจัย  4  ขั้นตอนคือ  ขั้นตอนที่  1  การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน(Analysis) ด้านการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาไทย     โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2   ขั้นตอนที่  2 การพัฒนารูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ขั้นตอนที่  3  การทดลองใช้ รูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  และขั้นตอนที่  4  การประเมินผล การใช้รูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา    มีการศึกษาผลการพัฒนา หลังการทดลองใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น  ของกลุ่มทดลอง จำนวน  40  โรงเรียน  ประกอบด้วย  ผู้อำนวยการโรงเรียน 40  คน  กรรมการที่เป็นครูผู้สอน 40 คน และกรรมการที่เป็นผู้ปกครองนักเรียนหรือกรรมการสถานศึกษา  40  คน    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ประกอบด้วย  1)  แบบสอบถามปลายเปิด  2)  แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ         3) คู่มือการใช้รูปแบบ  ผู้ปกครองมีส่วนร่วม  4)  แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการใช้รูปแบบ   5)  ตารางสังเคราะห์ผลการใช้รูปแบบ   และ  6)  ตารางเปรียบเทียบพัฒนาการของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ทดสอบที และการวิเคราะห์เนื้อหา

          ผลการวิจัย พบว่า

          1.   การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน  พบปัญหาที่ต้องแก้ไขหรือพัฒนา คือความสามารถด้านการอ่านสำหรับนักเรียนที่อ่านไม่ออก โดยเน้นนักเรียนชั้นประถมศึกษา  ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียน

          2. ผลการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา    ประกอบด้วย  5  ขั้นตอน  คือขั้นที่  1  การศึกษาข้อมูลสำหรับการพัฒนา   ขั้นที่  2  การวางแผนอย่างมียุทธวิธี  ขั้นที่  3  การปฏิบัติเพื่อส่งผลในตัวเด็ก   ขั้นที่  4  การติดตามและประเมินโดยเน้นผลงาน  และขั้นที่  5  การเผยแพร่เพื่อความภูมิใจ

          3.   ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้   รูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  พบว่า

                      3.1  ผู้อำนวยการโรงเรียน  โดยภาพรวม พบว่ามีความพึงพอใจต่อรูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  อยู่ในระดับ มาก  เมื่อพิจารณา รายประเด็น ประเด็นขั้นตอนแต่ละขั้นสามารถนำไปปฏิบัติได้  มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด  ส่วนประเด็นอื่นๆ มีความพึงพอใจในระดับมาก

                      3.2   กรรมการที่เป็นครูผู้สอน  โดยภาพรวม พบว่ามีความพึงพอใจต่อรูปแบบ   อยู่ในระดับ มาก  เมื่อพิจารณา รายประเด็น ประเด็นคู่มือการใช้รูปแบบมีความเหมาะสม  มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด  ส่วนประเด็นอื่นๆ มีความพึงพอใจในระดับมาก

                      3.3   กรรมการที่เป็นผู้ปกครองนักเรียนหรือกรรมการสถานศึกษา  โดยภาพรวม พบว่ามีความพึงพอใจต่อรูปแบบ อยู่ในระดับ มาก  เมื่อพิจารณา รายประเด็น  ประเด็นรูปแบบเปิดโอกาสให้  ผู้ปกครองหรือกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วม มีความพึงพอใจในระดับ  มากที่สุด  ส่วนประเด็นอื่นๆ มีความพึงพอใจในระดับมาก

 

          4.  ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา    พบว่า  ผลการพัฒนาโดยใช้รูปแบบบริหารจัดการเรียนรู้แบบผู้ปกครองมีส่วนร่วม  เพื่อ พัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  นักเรียนที่อ่านไม่ออกมีจำนวนลดลง คิดเป็นร้อยละ  17.6 


นายมนัส  เจียมภูเขียว
รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2